ประวัติของ หลุยส์ เบรลล์  ตอนที่ ๑

            สวัสดีปีใหม่ค่ะมิตรรักนักอ่านทุกคน

วันนี้ ๔ มกราคม เป็นวันเกิดของหลุยส์ เบรลล์ ชายตาบอดชาวฝรั่งเศส ผู้คิดค้นอักษรเบรรล์ให้คนตาบอดทั่วโลกได้ใช้ในการเล่าเรียนเขียนอ่าน และสื่อสารกันจนถึงทุกวันนี้

เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการของหลุยส์ เบรลล์  ดิฉันจึงจะนำประวัติของท่านมาเรียบเรียงให้ท่านทั้งหลายได้อ่านกัน โดยจะแบ่งเป็น ๓ ตอนนะคะ  แปลใจความจากเอกสาร LOUIS BRAILLE The Boy Who Invented Books For The Blind โดย Margaret Davidson, ปรับปรุงโดย Renn Fuller, Bangkok School for the Blind

 

            หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) เกิดเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ค.ศ. 1809 (พ.ศ. ๒๓๕๒) ที่เมืองคูปเฟรย์ (Coupvray) ประเทศฝรั่งเศส  พ่อของเขาเป็นช่างทำบังเหียนและเกือกม้าขาย

เมื่ออายุ ๓ ปี  หลุยส์ เบรลล์ ได้ประสบอุบัติเหตุในขณะที่เขาแอบเข้าไปเล่นในโรงทำเกือกม้าของพ่อ  เขาหยิบมีดสำหรับเจาะรูมาเล่นเจาะแผ่นหนังสัตว์  ปรากฏว่าทั้งมีดเจาะและแหผ่นหนังสัตว์นั้นลื่นหลุดจากมือ  มีดเจาะกระเด็นตกใส่ตาข้างหนึ่งของเขา  ส่งผลให้เขาเจ็บตามาก จึงขยี้ตาจนตาอักเสบ และลามไปอักเสบอีกข้างหนึ่ง  ความสามารถในการมองเห็นของเขาจึงสิ้นสุดลงโดยสิ้นเชิงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

            สมัยนั้น เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นจะไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในโรงเรียน  ดังนั้นเมื่อพวกเขาโตขึ้นจึงเป็นคนงานในไร่ ทำงานหนักเยี่ยงสัตว์ที่คนใช้งาน หรือเป็นขอทานเร่ร่อน  แต่พ่อแม่ของหลุยส์ เบรลล์ มุ่งมั่นจะเลี้ยงดูบุตรของตนอย่างดีเช่นเด็กคนอื่น ๆ โดยให้พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองและให้ช่วยทำงานบ้านทั่วไป  เป็นโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนการใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ

            ซีมง เบรลล์ (Simon Braille) ผู้เป็นบิดาได้สอนให้หลุยส์ เบรลล์ ช่วยทำงานขัดแผ่นหนังสัตว์  ทำให้เขารู้จักใช้นิ้วมือสัมผัสเพื่อให้ทราบว่า แผ่นหนังสัตว์ถูกขัดเรียบหรือไม่  นอกจากนี้พ่อของเขาได้หากิ่งไม้ยาวมาอันหนึ่งให้เขาใช้แกว่งไปมาเวลาเดิน เพื่อป้องกันการเดินชนสิ่งกีดขวาง  เขาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากการดมกลิ่นและความรู้สึกรอบตัว เช่น ถ้าเดินใกล้ร้านขายขนมปัง  เขาจะรู้ เพราะได้กลิ่นหอมของขนมปัง เป็นต้น

            เมื่อ หลุยส์ เบรลล์ อายุ 6 ปี  บาทหลวงคนใหม่ชื่อ ฌ้าค (Father Jacques) ได้มาประจำอยู่ที่โบสถ์ของหมู่บ้าน  วันหนึ่งบาทหลวงฌ้าคได้มาเยี่ยมเยือนครอบครัวเบรลล์  ท่านสังเกตเห็นแววความฉลาดของเด็กชายหลุยส์ เบรลล์  จึงเชิญชวนให้ไปเรียนหนังสือที่โบสถ์สัปดาห์ละ ๓-๔ วัน ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็เห็นชอบด้วย

            บาทหลวงฌ้าคได้สอนวิชาต่าง ๆ ให้แก่หลุยส์ เบรลล์ ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมทั้งคำสอนทางคริสตศาสนา  ความขยันและความใฝ่รู้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของหลุยส์ เบรลล์ ทำให้บาทหลวงฌ้าคหมดภูมิรู้ที่จะสอนต่อไปได้  ท่านจึงปรึกษากับนายอองตวน (Monsieur Antoine) ครูคนใหม่ของโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้รับหลุยส์ เบรลล์ เข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไป  นายอองตวนคิดหนักมาก เพราะไม่เคยรับสอนเด็กตาบอดมาก่อน แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจรับหลุยส์ เบรลล์ เข้าเรียน เนื่องจากเห็นความฉลาดและความกระตือรือร้นของเด็กที่อยากเข้าเรียนจริง ๆ

            หลุยส์ เบรลล์ ตั้งใจเรียนอย่างดีมาก  แม้เขาไม่สามารถอ่านและเขียนได้เหมือนเด็กตาดีคนอื่น แต่เขาตั้งใจฟังและจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูสอน  เขาสามารถคิดเลขได้ดีและเร็วเท่ากับเด็กตาดี แต่เมื่อใดที่ครูให้นักเรียนอ่านหนังสือเรียน  เขามักรู้สึกหดหู่และหมดกำลังใจ เพราะเขาไม่สามารถร่วมอ่านกับเพื่อน ๆ ได้  เขาทราบดีว่าในหนังสือเรียนเหล่านี้มีความรู้มากมายที่เขาอยากอ่านและเรียนรู้  บ่อยครั้งที่เขามีคำถามซึ่งต้องการให้คนรอบข้างช่วยตอบ แต่มักถูกปฏิเสธ หรือคนรอบข้างเหล่านั้นจะขอให้เขารอก่อน เพราะไม่ว่างพอที่จะตอบให้  แม้เขาจะท้อใจเพียงใด แต่กลับคิดอยู่เสมอว่าจะต้องมีหนทาง หรือวิธีที่ช่วยให้เขาอ่านหนังสือเองได้  เขาจะต้องค้นมันให้เจอสักวันหนึ่ง

            เมื่อหลุยส์ เบรลล์ อายุ 10 ปี  บาทหลวงฌ้าคทราบว่าต้องหาโรงเรียนพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตาให้เขาได้เรียนต่อ  ในที่สุด บาทหลวงฌ้าคก็พบว่ามีโรงเรียนสอนคนตาบอดสำหรับเด็กโต (The International Institute of Blind Youths) ซึ่งอยู่ในกรุงปารีส  บาทหลวงทราบเพิ่มเติมอีกว่า โรงเรียนนี้สอนให้เด็กตาบอดอ่านหนังสือได้ด้วยการใช้นิ้วคลำ ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของหลุยส์ เบรลล์  บาทหลวงจึงขอให้ผู้ว่าการท้องถิ่นช่วยประสานงานให้  ในที่สุด โรงเรียนตอบรับ

เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1819 (พ.ศ. ๒๓๖๒)  หลุยส์ เบรลล์ จึงออกเดินทางจากบ้านในชนบท มุ่งหน้าเข้าสู่โรงเรียนในกรุงปารีส

            สถาบันยุวชนตาบอดมีนักเรียนตาบอดและนักเรียนสายตาเลือนรางประมาณ ๑๐๐ คน  อาคารของโรงเรียนแห่งนี้เก่าแก่มาก และอยู่ใกล้แม่น้ำสายหนึ่ง ทำให้มีสภาพอากาศหนาวและอับชื้นตลอดเวลา  เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งมีปัญหาสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการไอเรื้อรัง  หลุยส์ เบรลล์ ไม่ชอบสภาพอากาศเช่นนี้เลย เพราะเขารักความสะอาด และชอบอากาศบริสุทธิ์เช่นที่เคยได้สัมผัสในชนบท แต่เขาตระหนักว่า เขาต้องอดทนอยู่ต่อไป เพื่อโอกาสของการศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ 

            หลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งกรุงปารีส ได้แก่ วิชาเกี่ยวกับภาษา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ และดนตรี  หลุยส์ เบรลล์ ชอบวิชาเหล่านี้มาก และมีผลการเรียนดีเป็นที่พอใจของครูผู้สอนเสมอ

            ในช่วงบ่ายของทุกวัน นักเรียนต้องเข้าเรียนการฝีมือ  จากประสบการณ์ที่หลุยส์ เบรลล์ เคยช่วยพ่อทำงาน จึงทำให้เขามีทักษะการใช้มือดีมาก  และในช่วงสิ้นปีแรกของการศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ เขาได้รับรางวัลพิเศษจากผลงานการถักทอผ้าด้วย

            ในยามว่าง หลุยส์ เบรลล์ มักจะไปฝึกซ้อมดนตรีเช่นเดียวกับเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ  เครื่องดนตรีที่เขาโปรดปรานที่สุดก็คือเปียโน

บางวัน ครูจะพานักเรียนทั้งหมดออกไปเดินเล่นนอกโรงเรียน เพื่อสัมผัสกับสิ่งที่ควรเรียนรู้ในโลกกว้าง หลุยส์ เบรลล์ ได้รับรู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งแวดล้อมในชนบทกับสภาพแวดล้อมของกรุงปารีสด้วย

            ตอนต่อไปเป็นตอนสำคัญแล้วค่ะ  จะได้เห็นความเพียร และการต่อสู้อุปสรรคเพื่ออุดมการณ์ของหลุยส์ เบรลล์ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น  โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

 

Comment

Comment:

Tweet

 รักอักษรเบรลมากๆ

#7 By (125.26.56.196|125.26.56.196) on 2015-08-05 18:52

cry สนุกดีนะ

#6 By (49.230.121.243|49.230.121.243) on 2014-11-03 20:51

ขอบคุณมากค่ะ  ตอนเก๋ลงมือพิมพ์ลงบล็อกก็รู้สึกสนุกเหมือนกันค่ะ  ดีใจมากค่ะที่มีคนอยากอ่าน และได้ทั้งสาระและความสนุกสนานด้วย
โอ้มายกอด!!!!!!!  ไอสนุดมากๆ

#4 By ยัยวาย (61.19.158.70|61.19.158.70) on 2014-03-27 13:55

สนุกมากเลยจร้า

#3 By คนนี้ที่รัก (61.19.158.70|61.19.158.70) on 2014-03-27 13:54

คิดเหมือนเราเลยจ้ะปันปันอยากอ่านมานานแล้วสุดท้ายก้อได้อ่านดีใจมากค่ะ

#2 By มิลค์ (61.19.158.70|61.19.158.70) on 2014-03-27 13:53

ชอบมากค่ะเรื่องนี้  สนุกมาก  อยากอ่านมานานาแล้วค่ะbig smile

#1 By ปัน (61.19.158.70|61.19.158.70) on 2014-03-27 13:51