แนวคิด เลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว

 

ไฟไหม้ 199

โจรปล้น 191

เจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669

สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) 1784

ยกรถทางด่วน 1542

กองบังคับการตำรวจจราจร 1197

ตำรวจทางหลวง 1193

สายด่วน กรมทางหลวง 1586

สายด่วน กทม. 1555 ฯลฯ

          “โอ๊ย! เบอร์โทรฉุกเฉินเยอะขนาดนี้ใครจะจำไหว  ถ้าเกิดหลายเรื่องพร้อมกันจะทำยังไง  จำไม่ได้ นึกไม่ทันใช้งานกันพอดี”

 

หนานมณเฑียรเผยไอเดีย เลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว

          ส.ว. มณเฑียร เผย กำลังจัดทำข้อเสนอตั้งศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน  โทรเบอร์เดียวแจ้งได้ทุกเรื่อง  คนตาบอดมีหวัง ได้งานทำ และได้ช่วยมนุษยชาติ

          เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงประเด็นเลขหมายฉุกเฉินในระหว่างการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในต่างแดน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสัมมนาในโครงการ “เสริมสร้างทักษะการพึ่งตนเองของคนตาบอดในสถานการณ์ภัยพิบัติ”  จัดโดยสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขากรุงเทพฯ ณ โรงแรมอีสติน มักกะสัน กรุงเทพฯ 

          นายมณเฑียรกล่าวว่า หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่มีอยู่มากมายในประเทศไทยนั้นเป็นอุปสรรคสำหรับทุกคน  สะท้อนการทำงานแบบต่างคนต่างทำของระบบราชการ  เรื่องความเป็นความตายของประชาชนไม่ควรจะถูกปล่อยทิ้งไว้ในสภาพเช่นนี้  ยกตัวอย่างเหตุเพลิงไหม้  หน่วยดับเพลิงไม่สามารถทำงานเพียงหน่วยเดียวเบ็ดเสร็จ  ต้องประสานงานกับตำรวจให้จัดการจราจร  ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดไฟ รถดับเพลิงจึงจะเข้าพื้นที่เพื่อฉีดน้ำได้

หมายเลขโทรศัพท์สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินในต่างประเทศมักจะเป็นเลขหมายเดียวแจ้งได้ทุกเรื่อง เช่น สหรัฐอเมริกาใช้หมายเลข 911  สหภาพยุโรปใช้หมายเลข 112 

          นายมณเฑียรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่ตนเป็นสมาชิกวุฒิสภาสมัยที่แล้วได้มีความพยายามร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อจัดทำข้อเสนอให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่บูรณาการ  เลขหมายเดียวใช้ได้ทั่วประเทศ และอาจขยายไปถึงทั่วอาเซียนในอนาคต  ศูนย์นี้จะรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทุกเรื่อง แล้วนำการแจ้งเหตุนั้นไปสู่การประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อประชาชน  ภาระของประชาชนในการจดจำเลขหมายมากมายจะต้องหมดไป  ภาระในการสั่งการ ประสานงาน และการกำหนดขั้นตอนปฏิบัติงานควรจะเป็นภาระของภาครัฐ  ศูนย์นี้ต้องมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือตามลำดับขั้นและตามความเหมาะสม  เป็นการบังคับให้หน่วยงานของรัฐต้องทำงานร่วมกัน

การดำเนินงานแบ่งเป็น ๒ ระยะ  ระยะแรกยังคงใช้เลขหมายฉุกเฉินที่มีอยู่เดิม เช่น 191 199 1669 ฯลฯ ข้อมูลทั้งหมดจะมายังศูนย์บูรณาการแห่งนี้  ระยะต่อไปในอนาคตจึงใช้เลขหมายฉุกเฉินเพียงหมายเลขเดียว

ช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินมี ๓ ช่องทาง ได้แก่ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสารย่านความถี่เฉพาะ และอินเทอร์เน็ต ใช้เว็บไซต์เพียงเว็บเดียว

          หน้าที่ของหน่วยรับแจ้งเหตุ คือ รับเรื่อง และส่งข้อความที่เป็นมาตรฐานเดียวกันไปยังหน่วยปฏิบัติ  ส่วนหน่วยปฏิบัติจะต้องสามารถอ่านข้อมูล  เข้าใจข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลได้ว่า เกิดเหตุอะไร ที่ไหน อย่างไร และควรทำงานตามลำดับขั้นตอนอย่างไร  ต้องมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

          อำนาจของศูนย์บูรณาการแบ่งเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด และระดับชาติ  ส.ว. มณเฑียร นิยามศูนย์ระดับชาติว่า “เป็นศูนย์ที่อยู่บนภูเขา แต่อยู่ใต้ดิน” หมายความว่า สามารถสังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้รอบด้าน แต่คนอื่นไม่เห็น  ผู้มีอำนาจสั่งการระดับชาติคือนายกรัฐมนตรีเท่านั้น  ศูนย์ระดับชาติมีหน้าที่ตรวจสอบการรับแจ้งเหตุจากทั่วประเทศ  วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำระบบฐานข้อมูล และพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการภัยพิบัติต่อไปในอนาคต  ศูนย์ต้นแบบอาจจะเกิดขึ้นในระดับจังหวัดก่อน  ส่วนศูนย์บูรณาการแห่งชาติคงจะเกิดขึ้นภายหลัง

นอกจากนี้ คนตาบอดเป็นกลุ่มคนที่น่าจะสามารถทำงานรับแจ้งเหตุและพิมพ์คำสั่งไปยังหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ได้

          “นอกจากเราจะมีงานทำแล้ว เรายังจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ ช่วยเหลือมนุษยชาติด้วยกัน  เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีที่จะเอามาใช้กับศูนย์นี้จะต้องเลือกอย่างรอบคอบ  จะต้องเลือกเทคโนโลยีที่คนตาบอดสามารถใช้ได้ สามารถเข้าถึงได้เป็นสำคัญ  นี่ก็เป็นกรอบความคิดที่ผมไม่ได้คิดเฉย ๆ ฮะ  กำลังดำเนินการ”  นายมณเฑียรกล่าว

 

ทัชชา ปิยวัฒนเมธา

email : touchkay@gmail.com

Comment

Comment:

Tweet

Hot! ....ฟังดูดี
.
....แต่นักการเมืองพูด....ก็ต้องฟังระวังๆ
surprised smile 'bike cool!'

#1 By tawato on 2012-07-23 19:33