๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ยาช่วยให้พ่ออาการดีขึ้นได้เพียง 6-7 ชั่วโมงเท่านั้น เช้านี้พ่อท้องเสียอีกครั้ง ช่วงแรกพ่อจึงตัดสินใจจะกลับกรุงเทพอย่างเร่งร้อน เพื่อกลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำ แต่หมอที่ต้องการพบไปประชุมกันหมด แม่จึงเสนอแนะ+กระทุ้งแรงๆ ให้พ่อนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลดีกว่า จะรีบกลับไปทำไม ในที่สุดพ่อจึงยอมขับรถไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง ส่วนคนที่เหลืออีก ๗ คนก็ไปเที่ยวกัน
เริ่มต้นด้วยการรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านลุงไสว ต่อจากนั้นเดินทางไปวิหารเซียน ทีแรกพี่เขยใหญ่นำทางพาเข้าผิดซอย จะขึ้นเขาอะไรก็ไม่รู้ ต่อด้วยการหลงเข้าวัดเขาชีจรรย์ ไหว้พระสักครู่หนึ่ง ถามเส้นทางแล้วก็เดินทางต่อจนถึงวิหารเซียน
หลังจากเสียค่าเข้าชมแล้ว เราเริ่มกิจกรรมแรกด้วยการไหว้พระไหว้เจ้า ทีแรกตั้งใจไปเพียงเพื่อไหว้พระเพื่อความสบายใจ แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็เกิดความรู้ความเข้าใจในมุมมองที่กว้างขึ้น และเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อได้ฟังประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ (แม่อ่านให้ฟัง บันทึกเสียงไว้ในเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอลด้วย)
อเนกกุศลศาลา หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามว่า วิหารเซียน มีชื่อในภาษาจีนว่า “ต้าผู้อี่” (จีนแต้จิ๋ว) หรือ “ต้านฝูเยวี้ยน” (จีนกลาง) มีความหมายว่า สถานที่ที่มีบรรยากาศดั่งสรวงสวรรค์ ก่อตั้งโดย นายสง่า กุลกอบเกียรติ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และความกตัญญูกตเวทีของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีต่อประเทศชาติ ราชวงศ์ และองค์พระมหากษัตราธิราช ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ก่อสร้างบนที่ดินบริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน ๗ ไร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ความพิเศษอีกประการหนึ่งคือ “อเนกกุศลศาลา” เป็นนามที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอเนกกุศลศาลา นายสง่า กุลกอบเกียรติ พร้อมด้วยคณะชาวไทยเชื้อสายจีนได้พร้อมใจน้อมเกล้าฯ ถวายอาคารพร้อมด้วยโบราณวัตถุและศิลปวัตถุแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
หากได้สัมผัสวิหารเซียนแล้วจะรู้ว่ามิได้เป็นวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาตามชื่อที่นิยมเรียกกันเท่านั้น วิหารเซียนยังเป็นแหล่งรวบรวมผลงานศิลปกรรมไทย-จีนอีกด้วย
เราเข้าสู่ภายในอาคาร มีผลงานศิลปกรรมมากมาย เริ่มจากรูปปั้นพระอรหันต์องค์ต่างๆ แม่อ่านคำบรรยายและความหมายของพระอรหันต์องค์ต่างๆ ให้ฟัง อาจยกตัวอย่างไม่ครบทุกองค์ จำชื่อได้เพียงบางองค์ จะยกมาเฉพาะที่ประทับใจความหมาย เช่น
พระอรหันต์ปางปราบเสือ หมายถึง พระอรหันต์ใช้ธรรมะกำราบจิตเดิมที่ชั่วร้ายดั่งเสือจนรู้แจ้ง จิตสว่างไสว สังเกตได้ว่าต่างจากคำสอนของพุทธฝ่ายหินยานที่ว่า จิตเดิมเป็นจิตประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส
พระอรหันต์นนทิมิตร ปางปราบมังกร พระอรหันต์ใช้อุบายปราบกิเลสอันเกิดดับจากจิตที่ร้ายดุจมังกร จิตใจจะสงบเย็นดั่งพบดวงแก้ว
พระอรหันต์อุดมไมตรีจิต ผูกมิตรมุ่งสามัคคีธรรม สิ่งนี้คนไทยกำลังโหยหา มีแต่คนเรียกร้อง แต่ปฏิบัติได้บ้างไหม?
พระอรหันต์นกุล ปางกระทำสมาธิ พระอรหันต์วอนมนุษย์ให้หยุดทะเลาะกัน หันมาดีกันเพื่อสันติสุข
พระอรหันต์อิงคทะ ปางถือถุงย่าม พระอรหันต์ปีติใจในสันโดษ ยินดีในสิ่งที่ตนมีตนได้ แม่บรรยายเพิ่มเติมว่าเป็นรูปพระอรหันต์แบกถุงไว้บนบ่าแล้วก็ยิ้มแฉ่ง
พระอรหันต์ราหุล ปางอุ้มพระเจดีย์ พระอรหันต์มีคุณธรรมมั่นคงดั่งพระเจดีย์ให้เขากราบไหว้
พระอรหันต์นาคเสน ปางชูมือทั้งสองข้าง พระอรหันต์ขจัดกิเลส ตัณหา อุปาทานให้หมดไป ตื่นจากอวิชชา รู้แจ้งเห็นจริง
พระอรหันต์ปางเปิดดวงใจ เป็นภาพเปิดเสื้อ มีพระอยู่บนหน้าอก พระอรหันต์มีหัวใจพระ บอกธรรมะอยู่ในกาย สอนพุทธะอยู่ในจิต
พระอรหันต์จูฬปันถกะ ปางถือบาตรชูมือขึ้น ยกขาขึ้นข้างหนึ่ง มีเมตตากรุณา ถือพรหมวิหารธรรมโปรดสรรพสัตว์
พระอรหันต์ปันถกะ พระอรหันต์ปราบอกุศลมูล ๓ ซึ่งชั่วร้ายดั่งสิงโต เมื่อจิตสงบเห็นแจ้งอริยสัจ
พระอรหันต์กนกภารัทวาช ปางแคะหู หลับตาข้างหนึ่ง พระอรหันต์มิหูเบา ไม่รับรู้เรื่องราวอันวุ่นวายของโลก บางครั้งปิดหูปิดตากับเรื่องบางเรื่องเสียบ้าง จะได้ทุกข์น้อยลง แต่บางทีก็ทำได้ยาก หรือว่าเราไม่ตั้งใจทำจริง
พระอรหันต์กาลิก ปางประทับช้าง นั่งบนหลังช้างตามสบาย พระอรหันต์จิตหลุดพ้น จิตว่างถึงบันเทิงธรรมชาติ
ภาพชุดต่อไปเขาเขียนว่า “ขุดพบ ณ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนมอบให้” เช่น รูปปั้นพลธนู รูปปั้นแม่ทัพกองธนู หุ่นชุดทหารดินเผาพร้อมชุดม้าสัมฤทธิ์ซึ่งรัฐบาลจีนมอบให้เป็นพิเศษ
ภาพชุดต่อไปเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับไซอิ๋ว พี่เขยใหญ่หยอกล้อกับหลานสาวตามประสาพ่อลูก ชี้ไปที่รูปเฮ่งเจียแล้วบอกลูกว่า “นี่ไงเทพประจำตัวของหนู” หลานสาวฉันสวนทันควันพลางชี้ไปที่รูปตือโป๊ยก่ายว่า “นี่ก็เทพประจำตัวของปะป๊า” J
เทวรูปต่างๆ เช่น รูปพระอรหันต์จี้กง รูปหล่อสัมฤทธิ์โบราณสมัยราชวงศ์ซ้อง เทวรูปเฮ่งเจียสมัยราชวงศ์ถัง เฮียงเทียงเซียงตี่ เทวรูปหล่อสัมฤทธิ์สมัยซ้องใต้ รูปหล่อสัมฤทธิ์กวนอูสมัยราชวงศ์ถัง เป็นต้น
เครื่องมือวิทยาศาสตร์ผลงานนวัตกรรมของจาง เผิง เช่น เครื่องมือตรวจวัดตำแหน่งแผ่นดินไหวเครื่องแรกของโลก เครื่องมือตรวจวัดตำแหน่งดวงดาว
พระราชอาสน์ของจักรพรรดิจากพระราชวังกรุงปักกิ่ง เป็นฟูกลายมังกร
ที่ซุ้มประตูด้านในมีลายมือของซุน เคอะ บุตรชายของซุน ยัตเซ็น แกะสลักบนหินแกรนิต จารึกอักษรจีน ๔ ตัว มีความหมายเป็นอนุสติให้ระลึกว่า การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้นย่อมเป้นสุข
ที่ประตูทางเข้าอาคารมีลายมือของท่านฟูเจ๋ พระอนุชาของจักรพรรดิฟูยี เขียนชื่อภาษาจีนของอเนกกุศลศาลา
รูปภาพบางรูปที่อยู่ด้านนอก ผู้เข้าชมสามารถอ่านคำบรรยายได้ที่ด้านในอาคาร เช่น รูปหล่อแปดเซียนข้ามทะเล (โป๊ยเซียน) รูปนี้สร้างในประเทศไทย โป๊ยเซียนเป็นศูนย์กลางตำนานของลัทธิเต๋า ไม่ใช่เทพเจ้า แต่เป็นคนธรรมดาที่บรรลุเป็นอมตะเพราะฝึกฝนตามแนวทางของเต๋า เช่น การมีใจดีมีเมตตา ไม่เห็นแก่ตัว หรือการปฏิบัติตามคำสอนของอาจารย์เหลาจื้อ ถือเป็นตัวอย่างของการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อให้บุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถบรรลุถึงความสำเร็จหรือเป็นอมตะ
นอกจากนี้มีพระบรมรูปพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ภาพและเรื่องราวของท้าวจตุโลกบาล เป็นต้น
ชั้น ๓ เป็นส่วนจัดแสดงศิลปกรรมไทย พวกพี่ๆ เขาขึ้นไปดูกัน ส่วนฉันกับแม่ขึ้นไปไม่ไหวแล้ว
ของที่ระลึกในวิหารเซียนที่ราคาถูกที่สุดคือหนังสือ ราคา ๑๐๐ บาท นอกนั้นล้วนแพงทั้งสิ้น จี้ห้อยคอทั้งหลาย เขาบอกว่าเป็นของแท้ ผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว
สถานที่ต่อไปคือไร่องุ่น Silver Lake ของสุพรรษา เนื่องภิรมย์ อากาศเย็นสบายมากๆ สูดหายใจได้เต็มปอด มีรถบริการพาชมไร่ และให้ลงไปถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ๔ จุด
ก่อนจะลงจากรถเพื่อถ่ายรูปในจุดแรก มีเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อย สาวๆ ร้องวี้ดว้ายเมื่อรถลงไปในแอ่งน้ำขัง เสียงดังซู่ ยังไม่หายหวั่นไหวจากน้ำท่วม แม่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการจงใจล้างรถทำความสะอาดก่อนเข้าไร่
จุดแรกเรียกว่า “ฮอลแลนด์” จุดเด่นคือสวนดอกไม้และกังหันลม หลานสนุกกับการเป็นช่างภาพ
จุดที่สองเรียกว่าอะไรจำไม่ได้ แต่จำได้ว่า สองจุดสุดท้ายไม่มีใครลงไปถ่ายรูป ตอนนั้น ๑๗.๔๐ น. มืดแล้ว
หากต้องการรับฟังเสียงบรรยากาศการชมไร่องุ่น ความยาวเกือบ ๑ ชั่วโมง เชิญคลิกที่
http://audiofarm.org/audiofiles/17800
มัคคุเทศก์พูดรัวไปหน่อยนะ
มื้อเย็นไปกินข้าวต้มกับผักบุ้งที่ร้านผักบุ้งลอยฟ้า ลูกค้าร้านนี้ต้องใจเย็นๆ เพราะคนเยอะ และจะได้รับอาหารช้าหน่อย
วันนี้เป็นการเดินทางที่สนุกที่สุด กายพร้อม ใจพร้อม เต็มที่